
|
การประกวดสุนัขนั้นเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน
เป็นการโชว์มาตรฐานความสวยงามของสุนัข
ซึ่งเป็นการแสดงศักยภาพของสุนัขในการเดินการวิ่งเหยาะ
ย่างที่สวยงามและการยืนนิ่งด้วยอารมณ์ที่ยอดเยี่ยมของสุนัข
ทั้งหมดนี้เป็นอารมณ์ทางการแสดงออกที่ควบคุมและถ่ายทอดโดย
handler ผู้ฝึกด้วนความชำนาญ
มันเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถของ handler
เป็นกิจกรรมที่ต้องแข่งขันสูง ทุกคนก็ต่างหวังชัยชนะ
มักมีกลเม็ดและลีลาที่แตกต่างกันออกไป
ผลของการประกวดมันจะเป็นการตัดสินและชี้ว่าสุนัขและ handler
มีความพร้อมและมาตรฐานสูงแค่ไหน มีการเตรียมตัวมาดีหรือไม่
บทสรุปบางครั้งก็สมหวังบางครั้งก็ผิดหวังเปรียบไผก็เหมือนเกมส์กีฬาชนิดหนึ่ง ครั้งนี้ชนะก็หัวใจพองโต และมีกำลังใจที่จะประกวดในครั้งต่อไป ถ้าแพ้ก็ผิดหวังครั้งต่อไปก็ขอเอาคืนบ้าง มันเป็นวัฏจักรที่ไม่รู้จบตราบใดที่หัวใจยังรักอยู่ แต่สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดเหล่านี้มันจะประสบความสำเร็จไม่ได้เลย ถ้าหากขาดการดูแลเอาใจใส่และการฝึกสอนสุนัขของเราเอง การสอนในที่นี้จะพูดถึงเฉพาะการฝึกสอนเพื่อลงสนามประกวดเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการฝึกสอนในด้านอื่นๆ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นมีสองอย่าคือ · โซ่คล้องคอ ชนิดของโซ่คล้องคอจะต้องเป็นโว่ที่รูดเข้าออกได้ มีปลายเป็นห่วงโซ่สองด้าน ไม่ควรจะใหญ่เกินไป ควรจะเลือกใช้ให้เหมาะสมกับตัวสุนัข · สายจูง ควรเป้ฯสายที่พอดีๆ ไม่ควรใหญ่มาก มีความกว้างโดยประมาณ ½ นิ้ว ความยาวไม่เกิน 1 ถึง 1.2 เมตร ควรจะมีความเหนียวและอ่อนนุ่มเพื่อความกลมกลืนและประสิทธิภาพการใช้งาน ในการประกวดสุนัขนั้น นอกเหนือจากการประกวดสุนัขที่สวยงามและถูกต้องตามมาตรฐานสายพันธุ์แล้วสิ่งจำ เป็นและควบคู่กันไปคือ สุนัขจะต้องรู้จักเดินกับสายจูง และรู้จักยืนที่ถูกต้องสำหรับการประกวดด้วย ลูกสุนัขที่เหมาะแก่การฝึกนั้นควรมีอายุ 3 เดือนไปแล้ว ขั้นแรกเราควรจะใช้โซ่คล้องคอให้สุนัขเกิดความเคยชินสัก 2 ถึง 3 วันก่อน หลังจากนั้นค่อยเพิ่มสายจูงเข้าไปในระยะแรกๆลูกสุนัขจะไม่ยอมเดินตามมา มันจะรู้สึกรำคาญ ในขั้นตอนนี้เราต้องใจเย็นๆ และอย่าหมายมั่นหรือหวังผลที่เร็วเกินไปนักจากลูกสุนัขเพียงแค่ 3 เดือน ในกรณีถ้าออกแรงจูงแล้วลูกสุนัขยังไม่ยอมเดินมา ให้เรานั่งลงแล้วเรียกลูกสุนัขให้เข้ามา มันก็จะวิ่งเข้ามาหาเราทันที ทำบ่อยๆก็จะดีขึ้น หรือบางครั้งอาจใช้อาหารหลอกล่อก็ได้ ในช่วงนี้ควรให้เรียนรู้โลกภายนอก โดยพาไปเดินนอกบ้านไกลๆ บ่อยๆ เพื่อลดความเครียดทางอารมณ์เวลาพาไปสนามประกวด สิ่งเหล่านี้มันไม่ยากจนเกินไปแต่จะจ้องใจเย็นๆ และใช้เวลาพอสมควร ตำแหน่งของโซ่คล้องคอและสายจูงที่ถูกต้องทุกครั้งที่เราใส่โซ่คอและสายจูงสุนัขเพื่อฝึกให้เดินและวิ่งนั้น ตำแหน่งของโซ่คอที่ถูกต้องควรอยู่ช่วงบนของลำคอ คือต้องคล้องตั้งแต่ใต้คางขึ้นมาที่กกหูและไปที่ด้านหลังของท้ายทอย เพราะตำแหน่งนี้เราจะควบคุมสุนัขได้ง่าย สุนัขจะไม่หนีไปไหน หรือออกแรงดึงเรา เพราะถ้าเมื่อใดสุนัขออกแรงดึงโซ่ที่คล้องคออยู่ก็จะไปรัดคอสุนัขจะหายใจไม่ออก แต่ถ้าเราใส่โซ่คอในตำแหน่งที่ผิด คืออยู่ช่วงล่างของลำคอเหนือหัวไหล่ เมื่อนั้นสุนัขมันจะควบคุมเรา มันจะมีแรงดึงมหาศาล มันไปทางไหนเราก็ต้องตามมันไป จุดที่คล้องสายจูงกับโซ่คอ หรือจุดรวบรัด ควรจะอยู่ในตำแหน่งใต้คางเยื้องมาข้างๆกรามของสุนัข ทางด้านขวาของสุนัขให้จับสายจูงด้วยมือซ้ายและสุนัขควรอยู่ด้านซ้ายมือของเรา และเดินเคียงคู่กันไปตลอด วิธีการจับสายจูง เราควรจะใช้น้ำหนักที่เหมาะสมมันไม่ใช่เป็นการจูง แต่มันเป็นการประคองสายจูงให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ถูกต้องและยืดหยุ่นไปตามจังหวะการย่างก้าวของสุนัข แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นตำแหน่งของสายจูงและจุดรวบรัดจะอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องตั้งแต่แรกเสมอ เราไม่ควรจะหิ้วและดึงสายจูง เพราะสุนัขจะไม่มีอิสระในการวิ่งมันจะดูไม่พลิ้วและไม่เป็นธรรมชาติ ในตำแหน่งของสายจูงที่กล่าวมานั้นเป็นการ control ไห้หัวของสุนัขนั้นเชิดลอยได้สวยงาม เพียงแค่คอยกระตุกให้สัญญาณเป็นจังหวะ ในที่สุดสุนัขก็จะเรียนรู้ได้เอง เราควรแสดงการเอาจริงเอาจัง เมื่อสุนัขอยู่ในสายจูงทุกครั้งไป ควรที่จะออกคำสั่งด้วยคำพูดที่หนักแน่นจริงจัง อย่าเล่นกับสุนัขเมื่ออยู่ในสายจูง มันจะทำให้สุนัขเสียนิสัย จากนิตยสาร สวนจตุจักร ฉ.ที่ 169 |
